แอปเปิลเปิดตัว iPhone X ออกมาเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งมีทั้งเสียงตอบรับทั้งแง่บวกและแง่ลบ แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนเห็นพ้องต้องกันก็คือเรื่องค่าตัวของ iPhone X ที่เรียกได้ว่าแพงระยับ
ล่าสุดเว็บไซต์ iChunt จากประเทศจีนได้ทำการสรุปต้นทุนของ iPhone X ออกมา และพบว่าต้นทุนการผลิตเฉพาะราคาชิ้นส่วนต่างๆ นั้นอยู่ที่ราว 412.75 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 13,700 บาท ซึ่งส่วนที่แพงที่สุดคือจอภาพ Super Retina ขนาด 5.8 นิ้วที่ผลิตโดยซัมซุง ที่มีราคาต่อชิ้นสูงถึง 80 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2,700 บาท (แหล่งข่าวอื่นอ้างว่าอาจสูงถึง 100 – 120 ดอลลาร์สหรัฐด้วย)
สำหรับรายการชิ้นส่วนต่างๆ มีราคาต่อหน่วยดังนี้
- ชิปเซ็ต A11 Bionic ราคา 26 ดอลลาร์สหรัฐ (860 บาท)
- กล้อง ราคา 33 ดอลลาร์สหรัฐ (1,100 บาท)
- เซ็นเซอร์สำหรับ Face ID ราคา 25 ดอลลาร์สหรัฐ (830 บาท)
- กระจกครอบและเฟรมสเตนเลส ราคา 53 ดอลลาร์สหรัฐ (1,750 บาท)
- NAND Memory (พื้นที่เก็บข้อมูล) ขนาด 256GB ผลิตโดย TOSHIBA ราคา 45 ดอลลาร์สหรัฐ (1,490 บาท)
- แรม 3GB ราคา 24 ดอลลาร์สหรัฐ (800 บาท)
- แบตเตอรี่ ราคา 9 ดอลลาร์สหรัฐ (300 บาท)
- แผ่น PCB (ตัวบอร์ด) ราคา 15 ดอลลาร์สหรัฐ (500 บาท)
- ตัวสั่น ราคา 10 ดอลลาร์สหรัฐ (330 บาท)
สำหรับชิ้นส่วนอื่นๆ สามารถดูได้จากตารางนี้ (ภาษาจีน)
แม้ว่าราคาต้นทุนชิ้นส่วนต่างๆ ที่ 412.75 ดอลลาร์สหรัฐ จะห่างไกลกับราคาขายที่ 999 ดอลลาร์สหรัฐอยู่มาก แต่ iPhone X ก็จัดได้ว่าเป็นโทรศัพท์ที่มีต้นทุนสูงมากรุ่นหนึ่ง และมากกว่า iPhone 7 อยู่เกือบเท่าตัว
ทั้งนี้ราคาข้างต่นเป็นเพียงราคาต้นทุนของชิ้นส่วนต่างๆ เท่านั้น ยังไม่ได้รวมต้นทุนอื่นๆ เช่นค่าจ้างแรงงาน การขนส่ง และการทำแคมเปญการตลาดอื่นๆ ด้วย
อ้างอิง – Phone Arena