รีวิว OPPO A5 Pro เกินคุ้มด้วยความทนทาน IP69 แบต 5,800mAh ชาร์จไว พร้อม AI ในราคาเริ่มต้นแค่ 5,999 บาท
รีวิว OPPO A5 Pro แกร่งเกินคาดด้วยมาตรฐาน IP69 ทนทั้งน้ำและฝุ่น แบตฯ 5,800mAh ชาร์จไว 45W กล้อง 50MP มีฟีเจอร์ AI ราคาเริ่มต้นเพียง 5,999 บาท
พรีวิว OnePlus Nord 2 5G มาพร้อมกับสโลแกน A.I. Lite Flagship มาพร้อม ชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 1200 AI รุ่นพิเศษ หน้าจอสวยคมชัด Fluid AMOLED ขนาด 6.43 นิ้ว 90Hz กล้องหลัง 50 ล้านพิกเซล, กล้องหน้า 32 ล้านพิกเซล, ลำโพงคู่สเตอริโอ, แบตเตอรี่ 4500mAh พร้อมชาร์จไว Warp Charge 65
ถ้าดูจากสเปคคร่าวๆ แล้ว ก็ยอมเลยว่าสมกับชื่อ A.I. Lite Flagship คือ เป็นสมาร์ทโฟนระดับกลางที่เทียบเคียงกับสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นท็อปได้แบบสูสี ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบตัวเครื่อง ดีไซน์ รวมถึงอัปเกรดจาก OnePlus Nord รุ่นแรก โดยที่มีพระเอกเป็นชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 1200-AI ที่ทาง OnePlus และ MediaTek ร่วมมือกันพัฒนาชิปรุ่นนี้สำหรับ OnePlus Nord 2 5G โดยเฉพาะ
MediaTek Dimensity 1200-AI ที่มีคำว่า “A.I.” ห้อยต่อท้าย เป็นการชูความสามารถด้านการวิเคราะห์ผลแบบ A.I. บนสมาร์ทโฟนแบบทั้งระบบ ตั้งแต่
เรื่องของประสิทธิภาพด้าน A.I. ของ OnePlus Nord 2 5G เดี๋ยวรอชมกันเต็มๆ ใน รีวิว สำหรับตอนนี้ เราขอ พรีวิว ให้ดูถึงดีไซน์ ที่หรูหราสวยงามลงตัวยิ่งขึ้น
สำหรับแพ็กเกจที่ทางล้ำหน้าฯ ได้มา พรีวิว จะเป็นแบบ Media Kit ที่นอกจากตัวกล่องของ OnePlus Nord 2 5G แล้ว จะมีตัวเคสดีไซน์สวยพิเศษ 3 แบบมาให้ด้วย คาดว่าจะมีให้สั่งซื้อได้หลังจากเปิดตัวในไทย
มาดูที่ตัวกล่องเครื่องกันดีกว่า ยังคงดีไซน์อันเรียบๆ แต่ดูดี ด้วยสีดำแบบด้าน ตัดกับสีฟ้าน้ำทะเล อันเป็นสีหลักของซีรี่ย์ Nord ที่ตัวกล่องนั้นจะมีคำว่า NORD พิมพ์เป็นเอฟเฟคสีเหลือบวางเรียงซ้อนกัน
อุปกรณ์และสิ่งของต่างๆ ด้านในมีมาให้ครบเช่นเดิม ไม่ต้องไปซื้อเพิ่มแยกต่างหาก อย่างแรกจะเป็นชุดเอกสารคู่มือการใช้งานเบื้องต้น, ข้อมูลด้านความปลอดภัยในการใช้งาน, สติกเกอร์ OnePlus และจดหมายขอบคุณจากใจทีมงาน NORD และยังมีเข็มจิ้มถาดซิมเหน็บแถบมาให้ด้วย
ที่ขาดไม่ได้คือ เคสใสแบบ TPU ที่มีความยืดหยุ่น และมีลวดลายเก๋ๆ มาด้วย เอาไว้สำหรับใส่หุ้มตัวเครื่องเพื่อป้องกันการกระแทกหรือการขูดขีดเป็นริ้วรอยได้
ด้านล่างสุดของกล่อง จะเป็นชุดอุปกรณ์ชาร์จไฟ ให้มาเป็นสาย USB-A to USB-C หัวเสียบสีขาว สายสีแดง อันเป็นเอกลักษณ์ของ OnePlus พร้อมตัวอะแดปเตอร์ชาร์จ
มาดูกันที่ดีไซน์ตัวเครื่องกันบ้าง OnePlus Nord 2 5G ต้องยอมรับว่าลองสัมผัสครั้งแรกก็รู้สึกถึงความลงตัวทั้งหน้าตา ขนาด และวัสดุต่างๆ สีที่เข้ามาจำหน่ายในไทยจะมีด้วยกัน 2 สีคือ สีฟ้า Blue Haze และ ตัวที่ทางทีมงานล้ำหน้าฯ รีวิว ตัวนี้จะเป็นสีเท่า Grey Sierra ที่พื้นผิวสัมผัสจะเป็นแบบด้าน ทำให้เวลาจับแล้วเกิดรอยนิ้วมือได้ยาก ดูสวยงามตลอดเวลาไม่มีคราบอะไรมาเกาะติดให้กวนใจ
ตรงกลางด้านหลังจะมีโลโก้ OnePlus ติดอยู่ โดยตัวเซ็ตของโมดูลกล้องจะวางไว้ที่มุมซ้ายบน จะมีด้วยกันทั้งหมด 3 เลนส์ แต่จะมีเป็นเลนส์ขนาดใหญ่ 2 เลนส์ คือกล้องหลักความละเอียด 50 ล้านพิกเซล และเลนส์มุมกว้าง Ultra-Wide 8 ล้านพิกเซล โดยจะมีเลนส์ Mono 2 ล้านพิกเซล วางอยู่ข้างๆ กับไฟแฟลชแบบ Dual LED
งานประกอบยังทำได้ปราณีตดีรอบทั้งเครื่อง ส่วนฝาหลังด้านข้างจะมีโค้งแบบ 3D รับกับเฟรมขอบเครื่องที่ทำสีแบบเงาวาวตัดกับสีด้านของฝาหลัง
ด้านล่างตัวเครื่อง จะมีช่องลำโพง, พอร์ต USB-C, ไมโครโฟนสนทนา และถาดซิม
ตัวถาดซิมจะเป็นแบบ 2 ซิม ขนาด Nano SIM (เพิ่ม microSD ไม่ได้) โดยรองรับ 5G ได้ทั้ง 2 ช่อง
ด้านข้างทางซ้ายของจอ จะเป็นปุ่มสำหรับปรับระดับเพิ่มลดเสียง
ทางด้านขวา จะมีปุ่ม Power สำหรับเปิดปิดเครื่องและหน้าจอ และครั้งนี้ OnePlus Nord 2 5G มีปุ่มปรับการแจ้งเตือนแบบสไลด์ เหมือนกับซีรี่ย์รุ่นพี่ใส่มาให้ด้วยแล้ว เราสามารถเปลี่ยนโหมดการแจ้งเตือนเป็น เงียบ, สั่น หรือเปิดเสียง โดยเลื่อนที่ปุ่มนี้ได้เลย
หน้าจอของ OnePlus Nord 2 5G ถือว่าให้มาดีมากๆ เป็นแบบ Fluid AMOLED ขนาด 6.43 นิ้ว ความละเีอยด FHD+ (2400 x 1080) มีมีค่า Refresh rate 90 Hz ให้ความรู้สึกไหลลื่นในการใช้งานและเล่นเกมได้เป็นอย่างดี
กล้องหน้าจะเป็นแบบ Punch-Hole เจาะรูที่บริเวณมุมซ้ายบนของจอ ขนาดค่อนข้างเล็กไม่กวนสายตา โดยที่ตัวกล้องหน้านั้น จัดความละเอียดมาให้ถึง 32 ล้านพิกเซล ทำให้ถ่ายเซลฟี่กล้องหน้าได้สวยคมชัดมากยิ่งขึ้น
ระบบความปลอดภัย รุ่นนี้ใส่เป็นเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบซ่อนใต้หน้าจอมาให้ด้วย มีความแม่นยำและสแกนได้รวดเร็วดีมาก
จากเรื่องดีไซน์ มาพูดถึงฟีเจอร์เด่นหลักๆ ใน OnePlus Nord 2 5G กันบ้าง ด้วยความที่เป็น Lite Flagship เปิดตลาดในกลุ่มราคาระดับกลาง คือช่วงราคาไม่เกิน 20,000 บาท แต่ก็ให้ประสบการณ์ใช้งานได้สูสีกับกลุ่มเรือธงรุ่นพี่ได้แบบไม่น้อยหน้าเลยทีเดียว
ชิปเซ็ต Dimensity 1200-AI ที่ใช้ใน OnePlus Nord 5 5G จะมีความแตกต่างจาก Dimensith 1200 ที่ใช้กับสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ ในท้องตลาด ครั้งนี้ทั้ง OnePlus และ MediaTek ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด ทำให้เมื่อเทียบกับ Nord รุ่นแรกแล้ว CPU เร็วขึ้น 65% และการประมวลผลกราฟฟิค GPU เร็วขึ้นถึง 125%
อีกทั้งยังเสริมความสามารถด้าน A.I. ในหลากหลายรูปแบบ เพื่อให้ผู้ใช้สมาร์ทโฟนได้ประสบการณ์ที่ดีขึ้น ตั้งแต่ด้านการประมวลผล, การเชื่อมต่อ, การเล่นเกม, การแสดงผลบนหน้าจอ, กล้องและการถ่ายภาพ ฯลฯ
และแน่นอนว่า การใช้งานก็พร้อมรองรับกับ 5G ในประเทศไทย พร้อมใช้กับทุกเครือข่าย โดยเทคโนโลยีรองรับการดาวน์โหลดได้สูงสุดถึง 2.95 Gbps
เซ็ตอัพตัวกล้องของ OnePlus Nord 2 5G ก็ให้ฮาร์ดแวร์มาในระดับเรือธง ตัวกล้องหลังเป็นแบบ 3 เลนส์ Triple Camera ตัวกล้องหลักความละเอียด 50 ล้านพิกเซล ใช้เซ็นเซอร์เป็น Sony IMX766 มีระบบกันสั่นให้มาเป็นแบบออปติคัล (OIS) ประสิทธิภาพในการถ่ายภาพกลางคืนทำได้ดีกว่า Nord รุ่นแรกถึง 56% และยังทำงานร่วมก้บเลนส์มุมกว้าง Ultra-Wide 8 ล้านพิกเซล มุมมองภาพกว้าง 119.7 องศา
กล้องหน้าเป็นเซ็นเซอร์ Sony IMX615 ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล ถือว่าเป็นกล้องหน้าที่มีความละเอียดสูงที่สุดที่ทาง OnePlus เลือกใช้ มีฟีเจอร์ถ่าย Group Shot 2.0 ตรวจจับใบหน้าได้สูงสุดถึง 5 ใบหน้า พร้อมปรับแต่งโทนสีผิวให้เป็นธรรมชาติสวยงาม
การถ่ายภาพนิ่ง จะมี AI Photo Enhancement ที่สามารถจดจำซีนของการถ่ายภาพได้ถึง 22 รูปแบบ ที่จะทำการปรับแต่งค่าสีในการถ่ายภาพให้เหมาะสมโดยอัตโนมัติ และใสการถ่ายวิดีโอ ยังมี AI Video Enhancement ซึ่งจะช่วยปรับปรุงความสว่าง สี และคอนทราสต์ของการบันทึกวิดีโอได้แบบเรียลไทม์
ตัวจอ Fluid AMOLED นั้นให้สีสันที่สวยสดคมชัด มาพร้อมค่าอัตรารีเฟรชเรต 90Hz ทำให้การใช้งานต่างๆ มีความลื่นไหลรวดเร็ว พร้อมด้วยคุณสมบัติใหม่ อย่าง AI Color Boost และ AI Resolution Boost ช่วยปรับปรุงสีและยกระดับความละเอียดในการรับชมคอนเทนต์จากแอปยอดนิยม ให้ได้ภาพที่สดใสและไหลลื่นยิ่งขึ้น
ให้มาแบบเทียบเท่ากับสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นพี่เลย ด้วยแบตเตอรี่แบบเซลล์คู่ ความจุ 4500mAh พร้อมกับระบบชาร์จเร็วที่ดีที่สุดของ OnePlus อย่าง Warp Charge 65 ที่สามารถชาร์จแบตเตอรี่จาก 0-100% ได้ภายในเวลาไม่ถึง 35 นาที โดยมีระบบรักษาความปลอดภัย ควบคุมอุณหภูมิ และช่วยปรับลดเวลาในการชาร์จตอนกลางคืนระหว่านอน เพื่อช่วยรักษาอายุสุขภาพของแบตเตอรี่ให้ใช้ได้นานมากขึ้น
สำหรับ พรีวิว นี้ แนะนำคร่าวๆ กับฟีเจอร์เด่น รวมถึงดีไซน์มาให้ชมกันก่อน โดยการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทย จะมีในวันที่ 25 สิงหาคม 2564 เวลา 19.00 น. ซึ่งจะเผยทั้ง ราคา รวมถึงโปรโมชั่นต่างๆ สามารถติดตามได้ทาง https://www.facebook.com/oneplusthailand/ และติดตาม รีวิว แบบเต็มๆ ที่ลงลึกในทุกจุดหลังเปิดตัว