รีวิว OPPO A5 Pro เกินคุ้มด้วยความทนทาน IP69 แบต 5,800mAh ชาร์จไว พร้อม AI ในราคาเริ่มต้นแค่ 5,999 บาท
รีวิว OPPO A5 Pro แกร่งเกินคาดด้วยมาตรฐาน IP69 ทนทั้งน้ำและฝุ่น แบตฯ 5,800mAh ชาร์จไว 45W กล้อง 50MP มีฟีเจอร์ AI ราคาเริ่มต้นเพียง 5,999 บาท
พรีวิว Samsung Galaxy Z Fold3 5G การพัฒนาสู่รุ่นที่ 3 ของสมาร์ทโฟนจอพับ ที่ลงตัวมากขึ้น ปรับเพิ่มใหม่หลายจุด ให้ใช้งานดียิ่งขึ้นกว่าเดิม
Samsung นั้นถือว่าเป็นผู้บุกเบิกสมาร์ทโฟนหน้าจอแบบพับได้เป็นรายแรกของโลก เป็นการเปิดยุคใหม่ของสมาร์ทโฟนยุคใหม่ที่มีดีไซน์แตกต่างจากเดิม และอรรถประโยชน์ในการใช้งานเพื่อตอบโจทย์วิถีชีวิตของผู้คน ที่ต้องการอุปกรณ์ที่สามารถทำงานได้มากกว่าภายในเครื่องเดียว
สำหรับตลาดของสมาร์ทโฟนจอพับได้ ทางซัมซุงมองแล้วว่าจะเป็นกระแสใหม่ที่จะมาในอนาคต โดยคาดการณ์ว่าในปี 2021 นี้ ตลาดสมาร์ทโฟนจอพับได้จะโตเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วถึง 3 เท่าตัว และคาดว่าในปี 2025 มือถือที่หน้าจอพับได้จะมียอดขายสูงถึง 117.2 ล้านเครื่อง
หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ซัมซุงได้ออกสมาร์ทโฟนในตระกูล Galaxy Z ออกมาแล้ว 3 รุ่น คือ Galaxy Z Fold, Galaxy Z Fold2 และ Galaxy Z Flip ก็ได้มีการเก็บเสียงตอบรับจากผู้ใช้งานเพื่อนำมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ในรุ่นใหม่ให้ตอบโจทย์ความต้องการได้ดียิ่งขึ้น โดยที่ผู้ใช้ Galaxy Z Fold รุ่นก่อนชื่นชอบก็คือ
ในรุ่นก่อนถือว่า Galaxy Z Fold นั้นมีจุดเด่นและฟีเจอร์ที่ถูกใจผู้ใช้ ที่เป็นกลุ่มนักธุรกิจและคนที่ต้องการพกพาอุปกรณ์เดียวแล้วสามารถทำงานได้รอบด้าน แต่ก็มีเสียงเรียกร้องที่อยากให้มีเพิ่มในสมาร์ทโฟนจอพับได้รุ่นใหม่ คือ
เมื่อแฟนๆ เรียกร้องมา ทางซัมซุงก็จัดให้ กับ Samsung Galaxy Z Fold3 5G ที่เรากล้าพูดว่า นี่คือสมาร์ทโฟนแบบหน้าจอพับได้ ที่ครบเครื่องและสมบูรณ์แบบที่สุด
ทีมงานล้ำหน้าฯ เรามีโอกาสได้สัมผัสลองจับตัวเครื่องจริงของ Samsung Galaxy Z Fold3 5G เป็นช่วงเวลาสั้นๆ และนี่จะเป็นพรีวิวที่จะเล่าถึงสิ่งที่เปลี่ยนไป และการปรับปรุงใหม่ที่ซัมซุงจัดมาให้ดียิ่งขึ้น
เรื่องความแข็งแรงทนทาน เป็นสิ่งที่ซัมซุงคำนึงถึงเป็นสำคัญ ตัวข้อพับนั้นมีความแข็งแรงที่สามารถทนทานต่อการเปิดปิดได้มากกว่า 200,000 ครั้ง มาในรุ่น Galaxy Z Fold3 5G นั้นได้เลือกใช้วัสดุเฟรมเครื่องเป็น Armor Aluminum ที่แข็งแรงกว่าเดิม 10% พร้อมกระจกจอด้านนอก เป็น Gorilla Glass Victus เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด แข็งแรงและทนทานต่อรอยขูดขีดกว่า Gorilla Glass 6 ถึง 50% รวมถึงกระจกที่ชุดเลนส์กล้องหลัง ก็เป็น Gorilla Glass DX รุ่นใหม่ ที่กันรอยขีดข่วนและการกระแทกได้ดีขึ้น โดยมีค่าความใสไม่ทำให้การถ่ายภาพมีความผิดเพี้ยน
หน้าจอด้านใน มีการเปลี่ยนมาใช้ฟิล์มป้องกันรอยที่ออกแบบโครงสร้างชั้นเลเยอร์ใหม่ มีความยืดหยุ่นมากกว่าเดิมถึง 80% และที่ทุกคนอยากได้ กับความสามารถทนน้ำ Water Resistance มาตรฐาน IPX8 ทำให้คุณไม่ต้องกังวลในการใช้งานที่อาจจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด อย่างน้ำหกใส่ โดนฝนสาด น้ำกระเซ็น ฯลฯ
การออกแบบ มิติตัวเครื่องนั้น เทียบกับ Galaxy Z Fold2 แล้ว ถือว่าค่อนข้างใกล้เคียงกันมาก ต่างกันเพียงเล็กน้อย แต่เรื่องความหนานั้น ตัว Galaxy Z Fold3 5G จะมีความหนาขึ้นเล็กน้อย (จาก 6.0 มม. เป็น 6.4 มม.) แต่เมื่อพับแล้วช่วงข้อพับจะบางกว่า จากเดิม 16.8 มม. เหลือ 16.0 มม. และน้ำหนักก็ลดลงด้วย จาก 282 กรัม เหลือ 271 กรัม
สีตัวเครื่องมี 3 สี คือ Phantom Black, Phantom Green และ Phantom Silver เป็นสีแบบ matte ที่สัมผัสด้าน จับถนัดไม่รู้สึกลื่นมือ แถมยังเป็นรอยนิ้วมือยากอีกด้วย
ตอนนี้ สมาร์ทโฟนยุคใหม่ต้องมีหน้าจอที่มีค่ารีเฟรชเรตสูง เพื่อให้ทั้งสัมผัสและการเลื่อนเปิดข้อมูลมีความลื่นไหลสบายตา จากรุ่นก่อนเป็น 120Hz เฉพาะจอพับด้านใน มาใน Galaxy Z Fold3 5G ตัวจอด้านนอก ขนาด 6.2 นิ้ว ก็เป็น Dynamic AMOLED 2x ที่มีค่ารีเฟรชเรต 120Hz ด้วยเช่นกัน
อีกเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ซัมซุงก็จัดมาให้ในรุ่นนี้ด้วย กับ กล้องแบบซ้อนใต้จอ Under Display Camera ที่จอด้านใน เพราะว่าหน้าจอใหญ่ แล้วมีรูเว้นกล้องเอาไว้อาจจะทำให้รู้สึกดูขัดตา โดยเทคโนโลยีนี้กล้องจะมองแทบไม่เห็น หรือเห็นเพียงแค่ลางๆ อยู่ใต้ชั้นหน้าจอ โดยตัวกล้องนั้น ความละเอียดจะอยู่ที่ 4 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/1.8 สามารถใช้งานสำหรับการทำวิดีโอคอลแบบ HD ได้อย่างคมชัด
งานนี้ แฟนโน๊ตฯ ฟินไปตามๆ กัน เพราะว่า Samsung Galaxy Z Fold3 5G ที่มีหน้าจอใหญ่ถึง 7.6 นิ้ว สามารถใช้งานร่วมกับปากกา S Pen ได้แล้ว โดยที่ปากกาจะเป็นรุ่นพิเศษ Fold Edition ที่ออกแบบมาให้ตัวหัวปากกาสามารถยบลง เพื่อลดแรงกดที่จะเกิดขึ้นกับหน้าจอ แต่ก็ยังให้ประสบการณ์การเขียนที่ดีเช่นเดิม โดยจะใช้งานได้โดยไม่ต้องชาร์จแบต และไม่มี Bluetooth ซึ่งถ้าใครอยากใช้ฟีเจอร์พวก Air Commad จะมีปากการุ่นใหม่ S Pen Pro ให้เลือกใช้งาน โดยที่ S Pen ทั้ง 2 รุ่นนี้จะวางจำหน่ายแยกต่างหาก
ทางซัมซุงได้ปรับโฉมหน้าตา UX การใช้งานใน Galaxy Z Fold3 5G ให้ตอบสนองการทำงานบนหน้าจอขนาดใหญ่ให้ดียิ่งขึ้น มีการเพิ่มแถบ Taskbar ด้านข้าง เพื่อให้สามารถเข้าถึงแอปสำคัญ หรือแอปล่าสุดที่ใช้ได้อย่างรวดเร็ว
การทำงานแบบแบ่งหน้าจอ สามารถทำได้ 3 แอปพร้อมกัน และยังเลื่อนสลับให้ทั้งในแนวนอนและแนวตั้ง ซึ่งสามารถใช้งานร่วมกับแอปต่างๆ ได้มากมาย
เซ็ตอัพของกล้องหลังเป็นแบบ 3 เลนส์ 12 ล้านพิกเซลทั้งตัว กล้องหลัก, กล้องมุมกว้าง Ultra-Wide และ กล้อง Tele 2x ส่วนกล้องที่จอด้านนอกก็จะเป้น 10 ล้านพิกเซล โดยจะมีฟีเจอร์เด่นอย่าง Dual Preview ที่เปิดโชว์ภาพของกล้องเวลาถ่ายทั้ง 2 จอ เพื่อให้เวลาถ่ายภาพ คนที่เป็นแบบสามารถเห็นตัวเองได้ด้วย
ตัวกล้องมีฟีเจอร์ฉลาดๆ อย่าง Auto Framing ที่ปรับเฟรมภาพตามจำนวนคนที่อยู่ในฉาก ได้มากสูงสุดถึง 4 คน และ Capture View โหมดปรับแต่งภาพที่มีรีวิวให้หลังจากถ่ายภาพ ให้เลือกปรับ ตัดต่อ ได้แบบรวดเร็วง่ายดาย
ชิปเซ็ตภายในเป็น Qualcomm Snapdragon 888 5nm 64-bit Octa-core รองรับการใช้งาน 5G เต็มรูปแบบ พร้อม RAM 12GB หน่วยความจำมีให้เลือก 256GB และ 512GB ดังนั้นการใช้งานด้านความบันเทิงไม่ว่าจะดูหนัง ซีรี่ย์ หรือเล่นเกม ก็เต็มอารมณ์กับจอใหญ่ และเสียงที่เป็นลำโพงสเตอริโอ Dolby Atmos
Galaxy Z Fold3 5G วางจำหน่ายใน ราคา 57,900 บาท (256GB) และ 61,900 บาท (512GB) มาในตัวเลือกทั้งหมด 3 สีสุดคลาสสิก ได้แก่ สีดำ Phantom Black, สีเขียว Phantom Green และ สีเงิน Phantom Silver สำหรับราคาถือว่าปีนี้ซัมซุงทำราคาได้ดีมาก ถูกกว่าปีที่แล้ว ที่เปิดตัวมาเริ่ม
พรีวิว กันสั้นๆ กับ Samsung Galaxy Z Fold3 5G แล้วเตรียมพับกับ รีวิว แบบเต็มอิ่มกับพี่หลามได้ เร็วๆ นี้ครับผม