รีวิว OPPO A5 Pro เกินคุ้มด้วยความทนทาน IP69 แบต 5,800mAh ชาร์จไว พร้อม AI ในราคาเริ่มต้นแค่ 5,999 บาท
รีวิว OPPO A5 Pro แกร่งเกินคาดด้วยมาตรฐาน IP69 ทนทั้งน้ำและฝุ่น แบตฯ 5,800mAh ชาร์จไว 45W กล้อง 50MP มีฟีเจอร์ AI ราคาเริ่มต้นเพียง 5,999 บาท
รีวิว Deadpool & Wolverine ภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ที่เต็มไปด้วยสิ่งเหนือความคาดหมาย เซอร์วิสแฟนฮีโร่ยุค 2000 แก้กรรมในแบบที่ Fox ทำไม่ได้ แต่ดิสนีย์ทำถึงแบบไม่เกรงใจ MCU ของตัวเองเลย
ก่อนหน้านี้ ดิสนีย์ประสบความสำเร็จในการพาฮีโร่พลัดถิ่นอย่างสไปเดอร์-แมน เข้ามารวมจักรวาล MCU ถึงแม้ว่าจะเป็นช่วงสั้นๆ แต่ก็เป็นหนึ่งสิ่งที่นำพาให้ The Avengers ก้าวขึ้นสู่ความสำเร็จสูงสุด
มาครั้งนี้ หลังจากที่ดิสนีย์แก้ปัญหาจักรวาลมาเวลที่กระจัดกระจาย ให้มารวมเป็นปึกแผ่นหนึ่งเดียวกับ MCU อีกครั้ง (แม้ว่าตอนนี้สไปดี้ต้องกลับไปใช้ชีวิตหมองหม่นในจักรวาลเดิมของตนอีกครั้ง) งานนี้จึงไม่ได้แค่เซ็นต์สัญญา แต่ใช้เงินซื้อ 20th Century FOX มาทั้งสตูดิโอ ทำให้ลิขสิทธิ์มาเวลทั้งหมด (ยกเว้นสไปเดอร์-แมน) มารวมอยู่ในกำมือของดิสนีย์ทั้งหมด
Deadpool คือฮีโร่ตัวแรกที่ดิสนีย์พาเข้าสู่ MCU ซึ่งก็สมเหตุสมผลและเหมาะสมที่สุด ทั้งในเรื่องความนิยมของหนัง 2 ภาคแรกที่ประสบความสำเร็จใช้ทุนน้อยแต่กำไรท่วม รวมถึงทีมงานของเรื่องนี้ที่พร้อมมากๆ ตั้งแต่ตัวของ ไรอัน เรย์โนลส์ ที่สวมวิญญาณและสร้างตัวตนเดดพูลได้อย่างสมบูรณ์แบบ
และครั้งนี้เมื่อถือครอง LC เอาไว้ได้หมดแล้ว การจะสร้างอะไรที่เหนือความคาดหมายหรือที่ไม่คิดว่าจะเป็นไปได้ ในหนังเรื่องนี้จึงทำได้หมดแบบไร้ขีดจำกัด
ตัวหนังเป็นภาคที่ 3 ของเด็ดพูล ดังนั้นควรที่จะดู 2 ภาคแรกมาก่อนก็ดี เพื่อที่จะได้คุ้นเคยกับความบ้อบอกวนประสาทของฮีโร่ตัวนี้ รวมถึงตัวหนังยังที่มีการเชื่อมต่อกับภาพยนตร์จากอีกสารพัดเรื่อง ถ้าคุณเป็นเด็กที่โตมากับฮีโร่ X-Men ที่ดูมาตลอดก็จะได้พลังตีบวกความสนุกกับหนังเรื่องนี้เป็นพิเศษ
แต่ก็แนะนำให้ทำการบ้านเพิ่มเติมกับซีรีย์ “LOKI” ที่หารับชมได้ทาง Disney+ Hotstar ดูแค่ซีซั่นแรกก็ได้เพื่อคุณจะได้รู้จักกับ TVA , เส้นเวลาศักดิ์สิทธิ์ และ The Void (จุดสิ้นสุดของกาลเวลา) เพราะภาคนี้เดดพูลดำเนินเรื่องอยู่บนพื้นฐานโลกของ TVA เกือบทั้งหมด
อีกเรื่องที่แนะนำให้ดู ก็คือ Logan ภาพยนตร์ปิดฉากตัวละครวูล์ฟเวอรีนเอาไว้ได้อย่างสวยงาม ที่วันนี้ถูกเดดพูลขุดซากขึ้นมาปู้ยี้ปู้ยำและเป็นจุดเริ่มต้นการต่อสู้เพื่อโลกของตัวเองในภาพยนตร์เรื่องนี้
ผู้กำกับ Shawn Levy สามารถผสมผสานความตลกแบบ Deadpool เข้ากับความเข้มข้นของ Wolverine ได้อย่างลงตัว เขารักษาสมดุลระหว่างฉากตลกและฉากแอคชั่นได้อย่างยอดเยี่ยม ทำให้หนังมีจังหวะที่กระชับและน่าติดตาม รสชาติจัดจ้าน ไม่มีช่วงไหนที่รู้สึกน่าเบื่อหรือยืดเยื้อ รวมถึงความครบถ้วนของเนื้อหาของทุกตัวละคร
การนำเอา 2 ตัวละครที่อยู่กันคนละขั้วมาต่อสู้ร่วมกัน ความปากหมาทุก 5 วินาทีของเดดพูล กับความเครียดเก็บกดซีเรียสของวูล์ฟเวอรีน ทำให้เราได้เห็นฉากตีกันของ 2 ตัวละครที่เป็นอมตะ มีพลังฟื้นฟูขั้นสูง มาซัดแหลกแบบไม่กลัวตายอย่างสุดมัน
และการต่อสู้กับตัวร้ายที่เป็นซูเปอร์ฮีโร่เช่นกัน ทำให้ฉากแอคชันต่างๆ ถูกออกแบบมาได้ดีทุกฉาก ทั้งความสวยงาม ดุดัน ไหลลื่น และปั่นประสาท และนี่เป็นหนังฮีโร่เรื่องแรกของดิสนีย์ที่ติดเรตผู้ใหญ่ จึงเต็มไปด้วยฉากความรุนแรงเลือดสาด หัวกระเด็น อวัยวะต่างๆ ปลิวว่อน แต่ก็ไม่ได้มากเกินไปจนรู้สึกอึดอัดหรือสะอิดสะเอียน
มุกตลกร้ายตามสไตล์ของเดดพูล ส่วนตัวถือว่าทำได้ดี และน่าจะดีกว่า 2 ภาคแรก เล่นได้ถูกจังหวะ ไม่มากไม่น้อยเกินไป เราสามารถตลกกับการตายของตัวละครที่เรารักได้โดยไม่รู้สึกผิด รวมถึงบทพูดที่บางครั้งเพียงแค่ไม่กี่คำก็ทำให้เราหัวเราะฮาลั่นโรง ทั้ง ๆ ที่อยู่ในฉากสถานการณ์คอขาดบาดตายก็ตาม
รวมถึงมุกตลกที่แซะนั่นแซะนี่ แซะตัวเอง แขวะตัวเอง แบบไม่มีความเกรงอกเกรงใจ เหมือน Kevin Feige และดิสนีย์ไม่ได้ดูหนังเรื่องนี้ก่อนจะเข้าฉาย และปล่อยให้ ไรอัน เรย์โนลส์ ทำอะไรก็ได้ในจักรวาล MCU แบบไม่มีเบรก
ส่วนฉาก CGI พอมาอยู่กับดิสนีย์ก็ต้องมีเยอะขึ้น โดยมาเสริมในฉากแอคชันต่างๆ ให้ได้มุมมองและความสนุกที่ไม่เหมือนใคร ส่วนเพลงประกอบที่เอาเพลงฮิตยุค 2000 มาใส่ในฉากที่กำลังสะบั้นหั่นแหลกก็ดูลงตัวอย่างพิกล แต่สนุกโคตรๆ
ไม่น่าเชื่อว่าดิสนีย์จะไฟเขียวให้กับ ไรอัน เรย์โนลส์ ได้ขนาดนี้ และเมื่อเงินไม่ใช่ปัญหา ตัวหนังจึงใส่แบบไม่ยั้ง โดยหลักคือการนำพาฮีโร่จะทางฝั่งของ FOX มายัง Disney ผ่านโลกของ MCU ที่ตอนนี้ยืนอยู่บนฐานของมัลติเวิร์สและเส้นเวลาศักดิ์สิทธิ์
หน้าหนังที่แปะว่า Deadpool & Wolverine ไม่ได้มีดีแค่การพา ฮิวส์ แจ็คแมน ที่แขวนเล็บและจบฉากตัวละครโลแกนลงไปอย่างสวยงาม ให้กลับมาอยู่ในจักรวาลที่โคตรจะบ้าบอ และต้องมีคู่หูที่ไม่น่าจะเข้ากันได้อย่าง Deadpool ได้อย่างลงตัว เหนือความคาดหมาย
และไม่ได้มีแค่วูฟเวอรีนเท่านั้น เพราะยังมีฮีโร่อีกหลายคนที่ไม่คิดว่าจะได้เจอ หรือว่าลืมไปแล้วว่ามี ก็มาปรากฎในหนังเรื่องนี้ และเป็นการมาที่สร้างความประทับใจระดับฟินน้ำแตกอย่างที่หนังโฆษณาเอาไว้ทุกตัว
อีกเรื่องที่ต้องชมดิสนีย์ว่าเก่งมาก ๆ ในการกุมความลับของภาพยนตร์เรื่องนี้ ในยุคที่ยากจะเก็บความลับอะไรไว้ได้และมีพวกหิวแสงชอบเอาข้อมูลหลุดมาเผยแพร่ แต่หนังเรื่องนี้ไม่มีการหลุดสิ่งสำคัญตลอดการถ่ายทำ (ที่หลุดก็มีแต่ตั้งใจหลุด) ทำให้บรรยากาศเวลาที่เข้าไปนั่งในโรงแล้วได้เห็นสิ่งที่ไม่คาดฝันปรากฎขึ้นมา มันเติมรสชาติให้ตัวหนังเต็มอิ่มยิ่งขึ้น
ท่ามกลางวิกฤติความนิยมของภาพยนตร์ฮีโร่ของมาเวลที่เสื่อมถอย หรืออาจจะเพราะความสำเร็จของ The Avengers : End Games นั้นทำเอาไว้สูงลิ่ว และการเข้าสู่ The Multiverse Saga ก็เต็มไปด้วยปัญหามากมาย และภาพยนตร์แต่ละเรื่องก็ไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่ตั้งเป้าไว้
ใน Deadpool & Wolverine แม้ว่า เวด วิลสัน จะแสดงออกอย่างแรงกล้าที่อยากจะเข้าร่วมเป็นทีมอเวนเจอร์ แถมในตัวภาพยนตร์ภาคนี้มีทิ้งปมว่าเขาจะได้ร่วมต่อสู้กับเหล่าอเวนเจอร์ แต่ก็เป็นปมเล็ก ๆ ที่ไม่ได้สำคัญและยืนยันได้ว่าเดดพูลจะได้ไปต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับธอร์ แต่ก็เชื่อว่ามีเหล่าแฟน ๆ มาเวลจำนวนไม่น้อย ก็อยากจะเห็นฮีโร่จอมกวนตีนตัวนี้เข้าทีมต่อสู้กอบกู้จักรวาลจริง ๆ เหมือนกัน
รีวิว Deadpool & Wolverine นี้ ขอไม่สปอยด์อะไรเลยภายในเรื่อง เอาเป็นว่า แนะนำให้ไปรีบไปดูในโรงภาพยนตร์ก่อนที่จะโดนสปอยด์จุดสำคัญในเรื่อง และไปดื่มดำกับความสำราญกับความทรงจำในวัยเด็กที่อาจจะดีบ้างไม่ดีบ้างกับฮีโร่ X-Men ของ FOX วันนี้คุณจะได้ฟินแบบเต็มอิ่มอีกครั้ง จนอยากดูซ้ำอีก 2-3 รอบเพื่อเก็บอีสเตอร์เอ็กและฟังพากษ์ไทย ทั้งๆ ที่รู้ว่าอีก 4-5 เดือนก็ดูซ้ำได้บน Disney+ Hotstar ได้แล้ว
ให้คะแนนสำหรับ Deadpool & Wolverine ผมให้อยู่ที่ 9.5/10
อะไรนะ? สงสัยว่าอีก 0.5 คะแนนหักเรื่องอะไร? ก็แค่อยากหักไว้ให้มีคนถามว่าหักไว้ทำไมแค่นั้นล่ะ 555555
ปล.1 ภาพยนตร์มี 2 End Credit ที่อันแรกทำให้เราใจฟู ส่วนอันที่ 2 ทำให้เรารู้ว่าเดดพูลไม่ได้เป็นคนพูดจาตอแหลเสมอไป
ปล.2 Honda Odessey รถเค้าดีจริง ๆ
ปล.3 ของพรีเมียม เสื้อยืดมวยไทยสวยมาก ควรค่าแก่การเก็บสะสมยิ่งนัก