เผยภาพ Samsung Galaxy Z Flip 7 FE สมาร์ตโฟนจอพับรุ่นประหยัด พร้อมเผยสเปกที่น่าสนใจ
เผยภาพเรนเดอร์ Samsung Galaxy Z Flip 7 FE สมาร์ทโฟนพับได้รุ่นประหยัด ดีไซน์คล้าย Flip 6 แต่หนากว่า มาพร้อมชิป Exynos 2400e และกล้อง 50MP
Netflix เพิ่มการรองรับ HDR10+ แล้ว เป็นข่าวดีสำหรับเจ้าของทีวี Samsung ที่จะได้รับชมคอนเทนต์ด้วยคุณภาพภาพที่ดีขึ้น ทั้งความคมชัดและสีสันที่สมจริงมากขึ้น การอัปเดตครั้งนี้จะทำให้ผู้ใช้ทีวี Samsung ซึ่งไม่รองรับ Dolby Vision ได้รับประสบการณ์การรับชมที่ใกล้เคียงกับมาตรฐาน HDR ระดับพรีเมียม
การรับชมคอนเทนต์บน Netflix ของเจ้าของทีวีซัมซุงก่อนหน้านี้จำกัดอยู่ที่มาตรฐาน HDR10 เท่านั้น ซึ่งใช้ static metadata แบบเดียวกันตลอดทั้งเรื่อง ทำให้การแสดงผลในฉากที่สว่างมากหรือมืดมากอาจไม่สมบูรณ์แบบ
HDR10+ ที่ Samsung เปิดตัวในปี 2017 ใช้ dynamic metadata ที่ปรับแต่งโทนสีและความสว่างแบบเป็นฉากๆ คล้ายกับ Dolby Vision แต่ไม่ต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์ การปรับแต่งแบบเป็นฉากๆ นี้ช่วยให้ภาพมีความสมจริงมากขึ้น โดยเฉพาะในฉากที่มีความสว่างหรือความมืดที่แตกต่างกันมาก
ซัมซุงถือว่าเป็นเป็นแบรนด์ทีวีที่ใหญ่ที่สุดในโลก ครองส่วนแบ่งตลาดเกือบ 30% การที่ Netflix รองรับ HDR10+ จึงเป็นผลดีต่อผู้ใช้งานจำนวนมาก
ทีวีซัมซุงนั้น ไม่รองรับเทคโนโลยี Dolby Vision ซึ่งเป็นมาตรฐาน HDR อีกตัวที่ได้รับความนิยม แต่ทางบริษัทเลือกพัฒนา HDR10+ เป็นทางเลือกแทน ทำให้การเพิ่มการรองรับ HDR10+ ของ Netflix เป็นการเติมเต็มช่องว่างที่สำคัญสำหรับผู้ใช้ทีวีของซัมซุง
สำหรับบริการสตรีมมิ่งอื่นๆ ที่รองรับ HDR10+ ก็จะมี Prime Video, Disney Plus และ Apple TV+ ส่วนผู้ผลิตทีวีอื่นๆ เช่น Panasonic, Hisense และ TCL ก็มีรุ่นที่รองรับ HDR10+ เช่นกัน
Netflix เปิดให้บริการ HDR10+ ผ่าน codec AV1 ซึ่งหมายความว่าทีวีของคุณต้องรองรับมาตรฐานนี้ด้วย โชคดีที่ทีวีส่วนใหญ่ที่ผลิตในช่วง 5 ปีที่ผ่านมารองรับ AV1 อยู่แล้ว
ขณะนี้การให้บริการ HDR10+ มีเฉพาะในแพ็กเกจ Premium ของ Netflix เท่านั้น โดยคิดเป็นประมาณ 50% ของ “ชั่วโมงการรับชมที่เข้าเกณฑ์” บริษัทมีแผนขยายไลบรารีคอนเทนต์ HDR10+ ให้ครอบคลุมเนื้อหา HDR ทั้งหมดภายในสิ้นปี 2025 ซึ่งจะยิ่งเพิ่มทางเลือกในการรับชมคอนเทนต์คุณภาพสูงให้กับผู้ใช้ทีวี Samsung
ข้อมูลจาก: The Verge
ติดตามข่าวสาร อัปเดตเทคโนโลยี รีวิวของใหม่ก่อนใคร ได้ทาง www.techoffside.com และ Google News
ช่องทางโซลเชียล Facebook, Instagram, YouTube และ TikTok